2007/Sep/23

การเรียกร้องความมั่นคงปลอดภัยจากสัมพันธภาพ ย่อมก่อให้เกิดความเศร้าและความกลัว
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเสาะหาความมั่นคงเป็นการเชื้อเชิญภาวะซึ่งไร้ความมั่นคง

คุณเคยค้นพบความมั่นคงจากความสัมพันธ์ครั้งใดของคุณบ้างหรือไม่ เคยไหม
? พวกเรา
ส่วนมากต้องการความมั่นคงในการที่จะรักและถูกรัก แต่ความรักจะคงมีอยู่ล่ะหรือ ถ้าเรา

แต่ละคนดิ้นรนพยายามเสาะแสวงหาความมั่นคงให้ตนเอง

ความรักคืออะไร ? คำ ๆ นี้ถูกใช้ดาษดื่นและอย่างผิด ๆ จนผมไม่อยากใช้มัน ทุก ๆ คนพูดเกี่ยวกับความรัก นิตยสารหนังสือพิมพ์และมิชชันนารี ทุกแห่งหนพูดกันถึงแต่ความรักอย่างไม่สิ้นสุด ฉันรักประเทศของฉัน กษัตริย์ของฉัน ฉันรักภูเขาลูกนั้น ฉันรักหนังสือเล่มนั้น ฉันรักสามี รักภรรยาของฉัน ฉันรักพระเจ้า ความรักเป็นความคิดอย่างนั้นหรือ ? ถ้ารักเป็นความคิด มันก็ต้องสามารถที่จะดัดแปลง สร้างเสริมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในทางใดก็ได้ตามที่คุณชอบ เมื่อคุณพูดว่าคุณรักพระเจ้า นั่นหมายความว่าอย่างไร มันหมายถึงว่า คุณรักภาพวาดจากจินตนาการของคุณเอง ซึ่งอยู่ในรูปแบบเฉพาะของความน่านับถือ ตามสิ่งที่คุณว่าสูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการพูดว่า ฉันรักพระเจ้า จึงเป็นสิ่งเหลวไหลโดยสิ้นเชิง เมื่อคุณบูชาพระเจ้า คุณกำลังบูชาตัวคุณเอง และนั่นไม่ใช่ความรัก

เนื่องจากเราไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เราเรียกว่า ความรัก เราจึงหันเข้าหานามธรรมต่าง ๆ
ความรักอาจเป็นสิ่งสูงสุดสำหรับทุกคนในการขจัดแก้ปัญหาความยุ่งยากและความเจ็บปวด
ดังนั้น เราจะค้นพบว่า ความรักคืออะไรได้อย่างไรกันเล่า...โดยการให้คำจำกัดความมัน

เท่านั้นหรือ ศาสนาได้นิยามมันไว้แบบหนึ่ง สังคมก็นิยามมันอีกแบบหนึ่ง และมีการบิด

เบือนอีกหลายรูปแบบ การชื่นชมบูชาใครสักคน การหลับนอนกับใครสักคน การแลก
เปลี่ยน
ด้านอารมณ์ ความเป็นเพื่อน นั่นหรือคือความหมายของความรัก
? นั่นได้ถูกใช้เป็นเกณฑ์
ตัดสินเป็นรูปแบบเรื่อยมา และมันได้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องของอารมณ์
และความรู้สึก
และอยู่ในขอบเขตจำกัดอย่างมาก จนกระทั่งศาสนาต้องประกาศว่า
ความรักเป็นบางอย่าง
ที่ยิ่งไปกว่าสิ่งเหล่านั้น สิ่งที่ศาสนาเรียกว่า
รักของปุถุชน นั้นก็คือความสุขเพลิดเพลิน
การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ความหึงหวง ความปรารถนาที่จะครอบครอง ยึดถือ ควบคุม และเข้า
ก้าวก่ายกับความคิดของอีกคนหนึ่ง เมื่อรู้ถึงความสับสนของสิ่ง
ทั้งหมดนี้ กลุ่มศาสนาจึงกล่าวว่า จะต้องมีความรักอีกชนิดหนึ่งที่สูงส่ง สวยงามเกินกว่า
การสัมผัสแตะต้องและไม่เสื่อมเสีย

ทั่วโลกนี้ ผู้ที่ถูกเรียกว่านักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้ถือเคร่งครัดว่าการมองดูผู้หญิงเป็นสิ่งผิด พวกเขากล่าวว่า คุณไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้ ถ้าคุณตามใจตัวเองในเรื่องทางเพศ ดังนั้นจึงผลักมันออกไป แม้ว่าพวกเขาจะโหยหามันอยู่ก็ตาม และการปฏิเสธเรื่องทางเพศ ทำให้พวกเขาปิดนัยน์ตาของตัวเอง ปฏิเสธความงามทั้งมวลของโลกนี้ งดให้อาหารแก่หัวใจ และจิตใจของตนเอง กลายเป็นมนุษย์ที่แห้งแล้ง พวกเขาได้ละเลยความงาม ด้วยเพราะความงามนั้นเกี่ยวเนื่องกับผู้หญิง

เราแบ่งความรักเป็นรักที่ศักดิ์สิทธิ์และรักทางโลก รักของมนุษย์ และรักของสวรรค์ได้หรือ หรือว่า
มีเพียงความรักล้วน ๆ เท่านั้นเอง ความรักเป็นของคนใดคนหนึ่งและไม่ใช่ของคนหลายคนหรือ
ถ้าผมพูดว่า
ฉันรักคุณ นั่นเป็นการปิดกั้นความรักจากคนอื่นหรือไม่ ความรักเป็นเรื่องส่วนตัว
หรือเรื่องทั่วไป มีศีลธรรมหรือไร้ศีลธรรม เป็นเรื่องเฉพาะครอบครัวหรือไม่ใช่ ถ้าคุณรักมนุษยชาติ คุณจะสามารถรักคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงได้ล่ะหรือ ความรักเป็นเรื่องของความอ่อนไหว เป็นความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นความปรารถนาเช่นนั้นหรือ คำถามเหล่านี้บ่งชี้ให้เห็นว่า เรามีความคิดเกี่ยวกับความรักใช่หรือไม่ เราคิดว่าความรักเป็นรูปแบบหรือสัญลักษณ์ ซึ่งพัฒนา
ลักษณะของมันขึ้นมาโดยวัฒนธรรมซึ่งเรา
อาศัยอยู่ ดังนั้นในการมุ่งสู่คำถามที่ว่า ความรักคืออะไร
ก่อนอื่นเราต้องปลดปล่อยความรัก
ให้เป็นอิสระจากเปลือกหุ้มของวันเวลานับศตวรรษ ทิ้งอุดมคติ
และอุดมการณ์ที่ว่ารักควร
จะเป็นหรือไม่ควรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ การแบ่งแยกอะไรก็ตามให้เป็น
สิ่งที่ควรเป็นจากสิ่ง
ที่เป็นจริงนั้น เป็นวิถีทางที่หลอกลวงที่สุดในการเผชิญกับชีวิต

ตอนนี้ผมกำลังจะทำอย่างไรเพื่อจะค้นพบเปลวเพลิงนี้ที่เราเรียกว่าความรัก ไม่ใช่ว่าจะแสดงมัน
ต่ออีกคนหนึ่งได้อย่างไร แต่เพื่อค้นพบว่ามันมีความหมายอะไรบ้างในตัวของมันเอง ก่อนอื่น
ผมจะขอปฏิเสธสิ่งที่สังคม ศาสนา บิดามารดา และเพื่อนฝูง
ตลอดจนทุกคนและหนังสือทุกเล่ม
ที่ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับความรัก เพราะว่าผมต้องการค้น
พบด้วยตนเองว่ามันคืออะไร นี่เป็นปัญหา
ยิ่งใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับมวลมนุษยชาติทั้งหมด
ได้มีวิธีการนับพันในการให้ความหมายคำว่าความรัก และตัวผมเองก็ถูกจับอยู่ในแบบแผนอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามสิ่งที่ผมชอบหรือชื่นชมในขณะนั้น ๆ
ดังนั้น ในการที่จะเข้าใจความรัก...
ก่อนสิ่งอื่นใด ผมควรที่จะปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจาก แนวโน้มและความลำเอียงของตัวผมเอง ผมสับสน ถูกลากดึงด้วยความปรารถนาของตัวเอง
ดังนั้น ผมจะสะสางความ
ยุ่งยากสับสนของตัวเองก่อน บางทีผมอาจจะสามารถค้นพบว่าความรัก
คืออะไร โดยมอง
ผ่านสิ่งที่มันไม่ได้เป็น

รัฐบาลสั่งว่า "จงไปฆ่า เพื่อความรักประเทศชาติของพวกเรา" นั่นเป็นความรักหรือ ?
ศาสนาบอกว่า เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเพศเพื่อความรักของพระเจ้า นั่นคือความรักหรือ ?
ความรักคือความปรารถนาหรือ อย่าตอบว่าไม่ เพราะสำหรับพวกเราส่วนมากเป็นเช่นนั้น

ผมไม่ได้ต่อต้านเรื่องเพศ แต่มองเห็นสิ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับมัน สิ่งที่เรื่องเพศให้แก่คุณนั้น

คือการปล่อยวางตัวตนโดยสิ้นเชิง แล้วคุณก็กลับมาสู่ความสับสนวุ่นวายของคุณอีกครั้ง ดังนั้น
คุณต้องการให้เกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อจะได้อยู่ในสภาวะไร้ความกังวล ไร้ปัญหา
ไร้ตัวตน เมื่อคุณพูดว่าคุณรักภรรยาของคุณ ในความรักนั้นมันรวมเอาความสุขทางเพศ ความสุขในการ
มีใครสักคนในบ้านที่คอยดูแลลูก ๆ ของคุณ ทำอาหารให้คุณ คุณพึ่งพาเธอ
เธอได้ให้ร่างกาย
ของเธอ อารมณ์ของเธอ ความรู้สึกมั่นคงและสมบูรณ์พูนสุขแก่คุณ
หากวันหนึ่งเธอได้ไปจากคุณ
เธอรู้สึกเบื่อคุณ หรืออาจหนีไปกับคนอื่น แล้วความสมดุล
ทางอารมณ์ทั้งหมดของคุณก็ได้ถูกทำลายลง คุณตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายที่คุณไม่ชอบ ซึ่งคุณเรียกมันว่า ความหึงหวง มันมีความเจ็บปวด
มีความกังวล ความเกลียดและความ
รุนแรงอยู่ในนั้น

การเป็นของใครคนหนึ่ง การถูกพะเน้าพะนอเชิงจิตวิทยาโดยอีกคนหนึ่ง พึ่งพาใครคนหนึ่ง
ทั้งหมดนี้มันจะมีความวิตกกังวล ความกลัว ความริษยา ความรู้สึกผิดอยู่เสมอ
เนื่องจากในขณะ
ที่มีความกลัว จะไม่มีความรัก จิตใจที่ถูกครอบคลุมไปด้วยความเศร้า
จะไม่มีวันรู้ว่าความรักคืออะไร ความอ่อนไหวและอารมณ์ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับความรัก และดังนั้น ความรักจึงไม่เกี่ยวข้องกับ
ความสุขเพลิดเพลินและความปรารถนา
ความรักไม่ได้เป็นผลของความคิด ซึ่งเป็นเรื่องของอดีต
ความคิดไม่อาจจะทะนุ
บำรุงความรักให้งอกงามได้ ความรักไม่อาจถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตและ
ถูกกักขังไว้
ด้วยความริษยาหึงหวงซึ่งเป็นเรื่องของอดีต ความรักเป็นเรื่องของปัจจุบันที่ตื่นตัว
อยู่เสมอ มันไม่ใช่ว่า "ฉันจะรัก" หรือ “ฉันเคยได้รัก ถ้าคุณรู้จักความรัก คุณจะไม่ติดตามผู้ใดเลย ความรักไม่เชื่อฟังผู้ใด เมื่อคุณรักจะไม่มีทั้งการนับถือและไม่นับถือ

คุณไม่รู้เลยหรือว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร ในการรักใครคนหนึ่งอย่างจริงจัง รักโดยปราศจาก
ความเกลียดชัง ปราศจากความริษยาหึงหวง ปราศจากความโกรธ ปราศจาก
ความต้องการ ที่จะเข้าสอดแทรกก้าวก่ายกับสิ่งที่เขากำลังทำหรือกำลังคิด ปราศจากการตำหนิติเตียน ปราศจาก
การเปรียบเทียบ ที่ใดมีรักที่นั่นไม่มีการเปรียบเทียบ
ความรักเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบและ
หน้าที่หรือไม่ และมันจะใช้คำพวกนี้ได้ไหม
เมื่อใดคุณทำอะไรบางอย่างเพราะหน้าที่ ยังจะมีความรัก
อยู่ในนั้นหรือ ในหน้าที่ย่อมไม่มี
ความรัก โครงสร้างของหน้าที่ซึ่งมนุษย์ถูกจับอยู่ในนั้น กำลังทำลาย
มนุษย์เอง ตราบใด
ที่คุณยังถูกบังคับให้ทำบางอย่าง เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ของคุณแล้ว คุณย่อมไม่รักสิ่งที่คุณกำลังกระทำอยู่ เมื่อมีความรักย่อมไม่มีหน้าที่และความรับผิดชอบ

เมื่อคุณสูญเสียคนที่คุณรัก คุณหลั่งน้ำตา น้ำตาที่คุณหลั่งนั้น เพื่อตัวคุณเองหรือเพื่อคนที่ตายไป
กันแน่ ถ้าคุณกำลังร้องไห้เพราะคุณสูญเสียใครคนหนึ่งที่คุณได้ลงทุนความรักใคร่ใยดีไว้มากมาย คุณสะเทือนใจเพราะความสงสารตัวเอง การร้องไห้ให้กับตัวเอง เป็นความรักอย่างนั้นหรือ
คุณร้องไห้เพราะว่าคุณเหงา คุณรู้สึกถูกทอดทิ้ง รู้สึกไม่มีอำนาจ
อีกต่อไป บ่นคร่ำครวญถึงโชคชะตา
ของคุณ สิ่งแวดล้อมของคุณ มีคุณเสมอในน้ำตา
ถ้าคุณเข้าใจสิ่งนี้ ซึ่งหมายถึงการเผชิญหน้ากับมัน
โดยตรง คุณจะเห็นว่าความเศร้าเป็นสิ่ง
ที่ตนเองสร้างขึ้นโดยความคิด คุณสามารถจะเห็นสิ่งที่กำลัง เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ภายในตัวคุณโดยไม่ต้องใช้เวลาวิเคราะห์มัน คุณสามารถมองเห็นโครงสร้างและ
ธรรมชาติทั้งหมดของ
สิ่งไร้สาระเล็กน้อยที่ถูกเรียกว่า ฉัน น้ำตาของฉัน ครอบครัวของฉัน
ประเทศของฉัน
ความเชื่อของฉัน ศาสนาของฉัน ความน่าเกลียดทั้งหมดนี้อยู่ในตัวคุณ
เมื่อคุณเห็นมัน
ด้วยหัวใจของคุณ ไม่ใช่ด้วยความคิด เมื่อคุณเห็นมันจากส่วนลึกของหัวใจคุณ คุณก็จะมีกุญแจที่จบความเศร้าได้

ความรักเป็นสิ่งที่ใหม่ สด มีชีวิตชีวา มันไม่มีเมื่อวานนี้ และไม่มีวันพรุ่งนี้ มันอยู่เหนือความ
วุ่นวายของความคิด มีเพียงแต่จิตใจที่ซื่อบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะรู้ว่าความรักคืออะไร แต่ถ้าคุณ
ไม่รู้วิธีที่จะเข้าถึงสิ่งพิเศษสุดนี้ แล้วคุณจะทำอย่างไร ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร คุณก็
ไม่ทำ
อะไรเลยทั้งสิ้น และแล้วภายในของคุณจะเงียบสงัดเต็มที่ คุณเข้าใจไหมว่านั่นหมาย
ความถึงอะไร ? มันหมายถึงว่าคุณไม่ได้กำลังเสาะแสวงหา ไม่ต้องการ ไม่ติดตาม ไม่มีจุดศูนย์กลางเลย
และนั่นคุณจึงจะมีความรัก
!

(จาก Freedom from the Known บรรยายโดย Krishnamurti)

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอแปะเนื้อหาบางส่วนได้ไม๊ค่ะคุณยาย ช่วงนี้เพื่อนๆ ปั่นป่วนเรื่องนี้กันมาก ( ตัวเองก็เป็นบ้างบางทีค่ะ ) จะรอคุณยายตอบก่อนนะคะ
#1  by  ตุ้มเป๊ะ At 2007-09-23 18:13, 
สวัสดีครับคุณยาย
ไม่ได้เจอกัน 2 วัน มีเรื่องมาฝากเยอะเลยนะครับ
แล้วผมจะมาอ่านนะ
#2  by  CHAN At 2007-09-24 08:34, 
เอาไปเลย... เอาไป...เอาไปเอาไปได้เลย
จะเอาไปแปะที่ไหน ก็เอาไปเหอะหลานตุ้มเป๊ะ ทำบลอคได้โรแมนกะติกมากเลยนะหลาน
#3  by  คุณยาย At 2007-09-26 10:37, 
สวัสดีค่ะคุณยาย ขอบคุณค่ะ แหมมันก็ไม่ได้โรแมนกะติกนักหรอกค่ะ แค่พื้นๆๆ ตามประสา แต่ชอบเวลาได้คำชม มันปลื้มค่ะ
#4  by  ตุ้มเป๊ะ At 2007-09-29 20:02, 
กลับมาแล้วครับคุณยาย
สัปดาห์ที่แล้วผมไม่อยู่ซะครึ่งสัปดาห์ เพราะไปร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการของแม่น่ะครับ

แม่ของผมเกษียณแล้ว! หลังจากที่ต้องทำงานตลอด 7 วัน/สัปดาห์ไม่มีวันหยุดมาหลายปี พรุ่งนี้จะเป็นวันว่างวันแรกในรอบหลายปีของแม่ล่ะครับ

แผนการอย่างแรกคือ แม่จะทำความสะอาดบ้านขนานใหญ่
#5  by  CHAN At 2007-09-30 20:21, 
สวัสดีจ๊ะหลาน ๆ
ยายเข้ามาอ่านแล้วนะ ยายเองก็ไม่ค่อยว่างเหมือนกัน ชีพจรลงไม้เท้าตลอดอาทิตย์ค่ะ
#6  by  คุณยาย At 2007-10-01 08:09, 
วันนี้โทรไปหาแม่ผม แม่อยู่บ้าน น้ำเสียงแม่สดชื่นดี

แล้วคุณยายเป็นยังไงบ้างครับ
#7  by  CHAN At 2007-10-01 21:16, 
คุณยายหายไปเลย
ไว้วันจันทร์จะแวะมาใหม่นะครับ
#8  by  CHAN At 2007-10-04 22:01, 
สวัสดีครับคุณยาย
#9  by  CHAN At 2007-10-08 11:31, 
สวัสดีค่าหลาน Chan ยายไม่ว่างเลยหมู่นี้ ไปตรวจสุขภาพมั่ง ไปช่วยงานเพื่อน ๆ มั่ง ยายเปิดบลอคมาก็ตกใจ เห็นพ่อคนรูปหล่อเขาทำอะไรใหม่ ๆ หลายอย่าง ก็เลยรีบไปดูบลอคตัวเองว่ายังอยู่หรืออันตธานไปเสียแล้ว แล้วก็แวะไปดูบลอคของหลานด้วย โอ๊ย...ใช้สีสันเจ็บลูกกะตาไปหมด กะจะให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ อ่านอย่างเดียวหรือไงจ๊า ไม่ห่วงคนแก่บ้างเลย ยายอ่านบลอคของหลานเสร็จ หน้ามืดไปสามนาทีเลยค่า แต่ก็สวยดีนะ เสียตรงที่ยายจอตาเสื่อมแล้วมั้ง ยังสดชื่นสบายดีใช่มั้ยจ๊ะหลาน chan big smile
#11  by  คุณยาย At 2007-10-09 18:47, 
สบายดีครับbig smile เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาช่วยแม่เก็บบ้าน ได้ขยะมากองโตเลยครับ .... อ่า... ผมไม่ใช่พวกซกมกนะ ส่วนมากจะเป็นขยะเทคโนโลยีน่ะครับ เช่น เมนบอร์ด + หนังสือสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เล่มเก่า
#12  by  CHAN At 2007-10-09 20:57, 
อ้าว เผลอกดส่งไปแล้ว เดี๋ยวพิมพ์ต่อ
#13  by  CHAN At 2007-10-09 20:58, 
(ต่อๆ).... เล่มเก่าๆ น่ะครับ สัมยก่อนเป็นอะไรที่ทันสมัยมาก พอมาไม่กี่ปีนี่มันล้าสมัยไปเสียสนิทเลย พวกเทคโนโลยีนี่มันเป็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วจริงๆ นะครับbig smile
#14  by  CHAN At 2007-10-09 20:59, 
ตอนนี้ผมเปลี่ยนสีบลอคแล้วนะครับ ไม่แสบตาละ
คุณยายจะได้มาเยี่ยมบลอคผมได้บ่อยๆ ไงbig smile
#15  by  CHAN At 2007-10-09 21:25, 
ตอนนี้ผมเหลืออีก 70 วันพอดีก็จะจบแล้ว
วันอาทิตย์นี้ที่วิทยาลัยมีทัศนศึกษา (คือเป็นของวิชา English for Tourism น่ะครับ) ไปซาฟารีเวิลด์ ผมไม่ได้ไปซาฟารีเวิลด์มานานหลายปีแล้วล่ะครับ ไปครั้งสุดท้ายก็ตอนอยู่ ป. 2 (15 ปีก่อน) โน่น

แล้วเจอกันวันจันทร์นะครับคุณยายbig smile
#16  by  CHAN At 2007-10-11 21:29, 

<< Home